ทนายตั้ม งัดคลิปตบหน้าครูปรีชา พูดเองวินวิน – ใครมั่วจุดซื้อหวยดูเอาเอง !

ทนายษิทรา งัดคลิปโต้ครูปรีชา พูดพร้อมที่จะจบแบบวินวินไม่ให้เป็นคดีความ พร้อมเผยภาพลุงจรูญชี้จุดหวยไม่ผิด จากกรณีที่มีการรายงานข่าวว่า ร.ต.ท. จรูญ วิมูล ชี้จุดซื้อหวยผิด ตรงนั้นไม่มีแผงหวยแต่เป็นร้านขายนมนั้น ล่าสุด (20 เมษายน 2561) นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ หรือทนายตั้ม ยืนยันว่า ร.ต.ท. จรูญ ได้ไปชี้จุดแผงขายลอตเตอรี่ที่ตลาดเรดซิตี้ 2 ครั้ง พร้อมเปิดภาพในวันที่ไปชี้จุดทั้ง 2 ครั้ง ซึ่งท่าทางของ ร.ต.ท.จรูญ มีลักษณะการผายมือที่เป็นการบอกบริเวณช่วงจุดที่มีการตั้งแผงขายลอตเตอรี่

นอกจากนี้ ทนายตั้ม ยังเปิดภาพแผงขายลอตเตอรี่ที่ปรากฏตามสื่อ โดยอธิบายว่า ภาพดังกล่าวเห็นได้ว่ามีแผงลอตเตอรี่วางขายตลอดแนวด้านหลังศาลพระพรหมและศาลพระภูมิ ดังนั้น ร.ต.ท. จรูญ ก็ไม่ได้ชี้จุดผิดแต่อย่างใด อีกทั้งในภาพก็เห็นว่าผู้ค้าลอตเตอรี่ส่วนใหญ่สวมผ้าคลุมหน้าและใส่หมวก จึงไม่ใช่เรื่องแปลกหาก ร.ต.ท. จรูญ จะจำไม่ได้ว่าใครเป็นคนขายสลากฯ ให้

สำหรับประเด็นที่ ร.ต.ท. จรูญ และครูปรีชา ต่างก็ให้ข้อมูลกับสื่อโดยระบุว่าฝ่ายคู่กรณีเป็นคนพูดเสนอให้แบ่งเงินรางวัลเพื่อให้จบแบบวินวิน นั้น ทนายษิทราได้ชี้แจงโดยเปิดคลิปที่ครูปรีชาเคยให้สัมภาษณ์สื่อพร้อมอธิบายว่าครูปรีชาเป็นฝ่ายที่ยอมรับเองว่าตัวเองพร้อมที่จะจบแบบวินวิน เพื่อไม่ให้เป็นคดีความ

ส่วนกรณีที่ทนายความฝ่ายครูปรีชาตั้งข้อสังเกตว่า ทำไม ร.ต.ท. จรูญ สามารถจำรายละเอียดเหตุการณ์ในวันที่ 28 พฤศจิกายน 2560 ที่มีการนัดเจรจาได้อย่างแม่นยำ แต่กลับจำเหตุการณ์วันที่ซื้อลอตเตอรี่ไม่ได้เลย เพราะสามัญสำนึกของคนทั่วไปคงไม่มีใครคิดว่าวันที่ไปซื้อหวยนั้นตัวเองจะถูกรางวัลที่ 1 แต่ที่จำเหตุการณ์ในวันที่ 28 พฤศจิกายนได้ก็เพราะว่ามีคนกำลังจะมาแย่งกรรมสิทธิ์ลอตเตอรี่ไปจากตัวเอง

ซึ่งหลังจากวันที่มีการนัดเจรจา ร.ต.ท. จรูญ ได้ไปถอนเงินส่วนหนึ่งออกมาจากบัญชี เพื่อจำเป็นต้องนำเงินไปใช้จ่ายค่าบ้านทำสัญญาซื้อรถตามที่ได้วางแผนไว้ก่อนหน้านี้แล้ว ไม่ได้ถอนเพื่อโยกย้ายเงิน ส่วนที่ฝ่ายครูปรีชาเปิดเผยกับสื่อว่ามีคลิปหลักฐานเด็ดนั้น ตนขอปรามาสไว้เลยว่าไม่เชื่อว่าจะมีคลิปตามที่กล่าวอ้างอย่างแน่นอน

ส่วนลายมือตัวเลข 700 ที่เขียนบนซองสลากฯ ทนายตั้ม บอกว่า หากเจ๊พัชเขียนเลขบนซองสลากฯ แล้วไม่นำมาวางบนแผง เพื่อบ่งชี้ราคาให้กับลูกค้าแต่กลับเก็บใส่กระเป๋า ตนตั้งข้อสังเกตว่าจะทำแบบนั้นไปเพื่ออะไร นอกจากนี้ที่ตนได้ไปฟ้องร้องต่อศาลเอาผิด ครูปรีชา เจ๊พัช และเจ๊บ้าบิ่นฐานเบิกความเท็จ แต่ไม่เอาผิดพยานที่เป็นตำรวจ จนทำให้อีกฝ่ายมองว่าเหมือนตนจงใจข่มขู่พยานนั้น ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง เพราะตำรวจที่ถูกเบิกตัวไปเป็นพยานรายนั้น ไม่เข้าข่ายความผิดที่ตนได้ไปฟ้องร้อง ส่วนพยานรายใดที่มั่นใจว่าตัวเองพูดความจริง ก็ไม่ต้องกลัวว่าตนจะแจ้งความดำเนินคดี

ขอบคุณข้อมูล จาก kapook.com

Edit